เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด Barcode
เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด Barcode หลายคนเข้าใจผิด
จากหัวข้อที่ตั้งเลย เครื่องพิมพ์ Barcode ที่หลายคนเข้าใจผิด หลายคนเข้าใจว่า barcode ต้องมีเครื่องพิมพ์เฉพาะ เป็นเครื่องพิมพ์ความร้อน ที่เรียกว่า Thermal Printer มีคนจำนวนมากคิดว่าต้องเป็นเครื่องพิมพ์ชนิดนี้เท่านั้นจึงจะพิมพ์ Barcode ผู้เขียนจะเสนอและปรับความเข้าใจ ว่าใช้เครื่องพิมพ์อะไรดีที่สุดและประหยัด เหตุที่ต้องเขียนมีเพราะมีลูกค้ามาถามหาซื้อเครื่องพิมพ์ Barcode ในเข้าใจของลูกค้าคือเครื่องพิมพ์ใบเสร็จคือเครื่องพิพม์ Barcode โดยความจริงแล้ว เครื่องพิมพ์ทุกชนิดสามารถพิมพ์บาร์โค้ดได้ทั้งหมด แต่เครื่องประเภทไหนละคุณภาพออกมาดีที่สุด
เครื่องพิมพ์ประเภทไหนพิมพ์บาร์โค้ดได้ดีที่สุด
เครื่องพิมพ์ที่ดีที่สุด คือ LaserJet รองลงมา InkJet คุณภาพต่ำที่สุด Thermal Printer (เครื่องพิมพ์บิล)
LaserJet Printer งานที่พิมพ์ออกมาจะมีคุณภาพและกันน้ำได้กระดาษที่ใช้พิมพ์ มีกระดาษ Label สำเร็จรูปขาย (พิมพ์ออกมาแล้วใช้งานได้เลยไม่ต้องตัด) หรือ ใช้กระดาษ A4 sticker (อันนี้ต้องมาตัดเอง)
InkJet Printer งานที่พิมพ์ออกมาคุณภาพ มีทั้งกันน้ำและไม่กันน้ำ อยู่ที่การเลือกใช้หมึกและกระดาษ มีทั้งหมึกกันน้ำและกระดาษกันน้ำ มีกระดาษ Label ป้ายราคาสำเร็จรูป หรือใช้ A4 sticker
Thermal Printer งานพิมพ์คุณภาพต่ำกว่า Inkjet และ LaserJet แต่ความเร็วในการพิมพ์จะเร็วกว่า ต้องใช้กระดาษ Sticker Thermal เฉพาะ กระดาษประเภทนี้เมื่อโดนขีดขวดหรือเสียดสีจะขึ้นเป็นรอยตามที่โดนขีดขวน (เพราะหมึกเคลือบอยู่บนผิวกระดาษ) เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เหมาะกับการพิมพ์ใบเสร็จและพิมพ์ที่อยู่ติดกล่องพัสดุมากกว่า เพราะว่าเร็ว
เครื่องพิมพ์ประเภทไหนพิมพ์บาร์โค้ดได้ราคาประหยัดที่สุด
คำว่าประหยัดจะรวมถึงราคาเครื่องและวัสดุสินเปลืองเช่นกระดาษและหมึกพิมพ์ด้วย ราคาประหยัดที่สุด Inkjet ,LaserJer ,และ Thermal Printer
Inkjet Printer ประหยัดกว่าเพราะค่าหมึกมีราคาประหยัดเมื่อติดตั้ง INKTANK บาร์โค้ดใช้แต่หมึกสีดำพิมพ์ หมึกมาพร้อม INKTANK พิมพ์ได้ประมาณ 2000 แผ่น ( กระดาษ A4 Label สำเร็จรูป 38x21mm) 1แผ่น มีฉลาก 65 ป้าย จะพิมพ์ฉลากทั้งหมดได้ที่ 130000 ฉลาก ต้นทุ่นกระดาษ 1 แพคมี 100 แผ่น แพคละ 550 บาท 2000 แผ่นเท่ากับ 20 แพคโดยประมาณ ค่ากระดาษ 11000 บาท ต้นทุ่นเครื่องพิมพ์ที่ราคาถูกที่สุดและใช้งานได้ เครื่องรุ่น Canon Ip2770 ราคา 2000บาท ต้นทุ่นทั้งหมด 11000+2000 = 13000 ใช้เงิน 13000 บาท จะพิมพ์ฉลาก ได้ 130000 ฉลาก
ราคาต้นทุ่น Inkjet Printer ใช้กระดาษแบบที่ 2 ราคาที่ผู้เขียนจะคำนวณต่อไปนี้เป็นกระดาษ Label สำเร็จรูปที่มีขนาดเฉพาะ ใช้กับเครื่องที่ สามารถกำหนด Paper Custom Size ได้ กระดาษ 1 แผ่น มี 56 ฉลาก 1 แพค มี 15 แผ่น ราคาแพคละ 25 บาท 1 แพคพิมพ์ได้ 840 ฉลาก พิมพ์ 130000 ฉลากต้องใช้กระดาษ 155 แพค เป็นเงิน 3875 บาท ราคาต้นทุนเครื่องจะเป็นราคาแบบเดียวกับตัวแรก ใช้เครื่องรุ่น Canon Ip2770 ราคา 2000บาท ต้นทุ่นทั้งหมด 3875+2000 = 13100 ใช้เงิน 5875 บาท จะพิมพ์ฉลาก ได้ 130000 ฉลาก
LaserJet Printer เป็นเครื่องที่พิมพ์งานออกมาคุณภาพสุดงานที่พิมพ์ออกมาจะทน ราคาต้นทุ่นกระดาษแบบเดียวกันกับ Inkjet ประเภทแรก ต่างกันตรงราคาหมึก Laserjet รุ่นถูกสุดจะพิมพ์ได้ 1000 แผ่นต่อตลับ ราคาตลับหมึกแท้ 2000 บาท เมื่อต้องพิมพ์ให้ได้ 2000 แผ่นจะต้องใช้ตลับหมึก 2 ชุดเป็นเงิน 4000 บาท ใช้ ( กระดาษ A4 Label สำเร็จรูป 38x21mm) 1แผ่น มีฉลาก 65 ป้าย จะพิมพ์ฉลากทั้งหมดได้ที่ 130000 ฉลากจากต้นทุ่นหมึก 4000 บาท ต้นทุ่นกระดาษ 1 แพคมี 100 แผ่น แพคละ 550 บาท 2000 แผ่นเท่ากับ 20 แพคโดยประมาณ ค่ากระดาษ 11000 บาท ต้นทุ่นเครื่องพิมพ์ที่ราคาถูกที่สุดและใช้งานได้ จากการคำนวนต้นทุ่นหมึกเครื่องรุ่น HP LaserJet Pro M12a ราคา 2700 บาท ต้นทุ่นทั้งหมด 4000+11000+2700 = 17700 ใช้เงิน 17700 บาท จะพิมพ์ฉลาก ได้ 130000 ฉลาก
Thermal Printer เป็นเครื่องที่ไม่ใช้หมึกจึงไม่มีต้นทุ่นหมึก ตัวหมึกเคลือบอยู่บนกระดาษต้นทุ่นกระดาษจึงมีราคาแพง มองด้วยตาไม่คำนวณจะไม่รู้เลยว่าแพง เครื่อง Thermal ถ้าต้องพิมพ์ไห้ได้ 130000 ป้ายจะเป็นเงินเท่าไหร่ ( กระดาษสติกเกอร์ Thermal สำเร็จรูป 30x20mm) 1 ม้วน มีฉลาก 1000 ป้าย กระดาษม้วนละ 300 บาท ถ้าต้องพิมพ์ 130000 ต้องใช้กระดาษ 130 ม้วน เป็นเงิน 39000 บาท ต้นทุ่นเครื่องพิมพ์เอาแบบจีนแดงถูกๆ 5000 บาท รวมต้นทุ่นการพิมพ์ทั้ง 39000+5000 = 41000 ใช้เงิน 41000 บาท จะพิมพ์ฉลาก ได้ 130000 ฉลาก (ราคากระดาษมีรายเกรด เราเลือกจากคุณภาพสูงสุด ราคาถูกสุดจะน่าจะหาซื้อได้ที่ 160-200 บาทต่อม้วนแต่จำนวนสติกเกอร์ก็จะน้อยลง มีประมาณ 700-750 ฉลาก
ตารางเปรียบเทียบราคาต้นทุน สำหรับพิมพ์สติกเกอร์บาร์โค้ด จำนวน 130000 ฉลาก | ||||
ประเภทเครื่อง | ราคาเครื่อง | ต้นทุ่นหมึก | ต้นทุ่นกระดาษ | ต้นทุ่นรวม |
INKJET Canon IP2770 พร้อม Inktank ใช้กระดาษ A4 label | 2000 | – มาพร้อมเครื่อง | 11000 | 13000 |
INKJET Canon IP2770 พร้อม Inktank ใช้กระดาษราคาประหยัด | 2000 | – มาพร้อมเครื่อง | 3875 | 5875 |
Laserjet HP LaserJet Pro M12a ใช้กระดาษ A4 label | 2700 | 4000 | 11000 | 17700 |
Thermal Printer เครื่องจีนราคาประหยัด | 5000 | ไม่ใช้หมึก | 39000 | 41000 |
ทำไมจึงเอา 130000 ฉลากเป็นตัวตั้ง ผู้เขียนนำราคาต่อการซื้อเครื่องครั้งแรกที่มาพร้อมหมึกและพิมพ์จนหมึกหมดแทงค์ (เครื่องพิมพ์ Inkjet บางรุ่นสามาถพิมพ์ได้ถึง 4000 แผ่น A4 ) เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเครื่อง Laser ทำไมจึงมีค่าหมึก เครื่องพิมพ์ Laser เมื่อซื้อมาใหม่ๆเลยจำนวนแผ่นที่พิมพ์ได้น้อยมากจึงต้องซื้อหมึก 2 ชุดเป็นราคา 4000 บาท (ราคาหมึกแท้ ถ้าเป็นหมึกเทียบราคาจะถูกลงมาครึ่งนึง) เมื่อเปรียบเทียบแบบนี้จะมองเห็น ทั่นที่ว่าอะไรประหยัดสุด ผู้อ่านอาจส่งสัยว่า เครื่อง thermal ราคาถูกก็มี เครื่องไม่เกิน 1500 ก็มี เครื่องรุ่นพวกนี้จะใส่กระดาษได้ม้วนเล็ก ราคากระดาษจะสูงขึ้นไปอีก ถึงแม้เครื่อง thermal จะไม่ได้ใช้หมึกแต่ต้นทุ่นกระดาษสูงกว่าต่อให้ต้นทุ่นกระดาษถูกลงมาครึ่งนึงก็ยังมีต้นทุ่นที่สูงกว่า LaserJet และ Inkjet ถ้าเพิ่มต้นทุ่นของเครื่อง INKJET และ LASERJET ให้ราคาสูงขึ้นอีกเครื่องละเป็นหมื่นบาทเพื่อนำไปใช้งานในงานทุกๆด้านในธุรกิจเช่นนำไปพิมพ์โปรชัวร์ นามบัตร ฉลากบรรจุภัณฑ์ อื่นๆ ก็ยังคุ้มค่ากว่า เครื่องพิมพ์ Thermal Printer เพราะใช้งานได้หลากหลาย เมื่อคุณซื้อเครื่อง Thermal มันก็เป็นเครื่องที่พิมพ์ได้แค่กระดาษเล็กๆพิมพ์สีดำได้เพียงอย่างเดียวจะเอาไปพิมพ์งานอย่างอื่นคงไม่ได้
เขียนมาแล้วก็ต้องเขียนให้หมด เครื่อง Thermal มีข้อดี มีความเร็วในการพิมพ์สูงมาก ตัวเล็กจะเอาไปวางตรงไหนก็ได้ เพราะความเร็วจึงเป็นที่นิยมมาพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ที่ มากับระบบ POS System ในเมื่อเล็กและพิมพ์เร็วจึงนำไปใช้ทั้งรับออเดอร์ในร้านอาหารส่งยังห้องครัว ( ลองคิดถ้าเอาเครื่อง printer เครื่องใหญ่ๆเข้าไปคงไม่เหมาะสม) หรือนำไปพิมพ์ที่อยู่ติดบนกล้องพัสดุ เครื่อง thermal สามารถพิมพ์ออกมาที่ละฉลากได้ไม่ต้องพิมพ์ออกทั้งหมด ต่างจาก inkjet และ laserjet การพิมพ์งานได้ที่ละฉลากเป็นข้อดีที่สุดของ Thermal Printer
สรุป
ราคาที่นำมาเปรียบเทียบนั้นเป็นราคาจริงในตลาด จึงเห็นได้ว่าต้นทุนที่เป็นตัวแปลสำคัญคือกระดาษ หลายท่านอาจคิดว่าหมึกพิมพ์เป็นของสิ้นเปลื้องน่าจะเป็นตัวแปลสำคัญ เครื่องไม่มีหมึก อย่าง thermal จึงมีต้นทุนกระดาษที่แพงกว่าระบบอื่นมาก ถ้าต้องการงานคุณภาพทนกันน้ำต้องเลือก LaserJet ถ้าต้องการประหยัดเป็นสินค้าที่ไม่โดนน้ำ เลือก INKJET (inkjet ก็มีหมึกกันน้ำ ราคาจะแพงขึ้นอีก 2000 กว่าบาท) ถ้าไม่ได้ พิมพ์ในจำนวนเยอะ พิมพ์ 10- 20 ฉลากต่อ ครั้ง Thermal จะประหยัดกว่า เพราะตัวสติกเกอร์เก็บอยู่ในโรลพิมพ์ออกที่ละ ฉลากได้ แต่ inkjet และ laserjet ต้องพิมพ์ให้หมดหน้าในครั้งเดียวใน 1หน้า มี 65 ฉลากก็ต้องพิมพ์หมด ถ้าเหลือเอาไว้ก็อาจจะกลับมาพิมพ์ต่อไม่ได้ ตามหลักความจริงธุรกิจคงไม่มีสินค้าแค่ชิ้นเดียวพิมพ์ชิ้นเดียวแล้วจบคงไม่มี อาจจะมีเป็นร้อยเป็นพันหมื่นชิ้น ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย แค่เลือกให้ถูกกับงานใช้อย่างไรให้คุ้มค่า เพราะทุกบริษัทต้องมีเครื่องพิมพ์ ทั้ง Inkjet และ Laserjet อยู่ อาจจะไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ด้วย เอาของที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพียงแค่เราเลือก Software ในการพิมพ์บาร์โค้ดให้ถูกต้อง เท่านี้ทุกอย่างก็ราบรื่น